5 วิธี ทำอย่างไรเมื่อขายดีไซน์ไม่ผ่าน

22 November 2020 / on Journey / by paipure/ 183 Views

เมื่อเราทำงานดีไซน์อะไรออกมา ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรืองานดีไซน์อื่นๆ แน่นอนว่าเราต้องผ่านกระบวนการคิดมาอย่างดีแล้ว และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ลูกค้าจะชอบดีไซน์ที่ส่งไป แต่พอได้รับ Feedback ว่าไม่ผ่าน ก็ถือเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจมากทีเดียว จากประสบการณ์ของผมและทีม ก็มีหลายครั้งที่ส่งงานดีไซน์แล้ว ลูกค้าขอให้มีการแก้ไข หรือแม้กระทั้ง ยกเครื่องแล้วเริ่มดีไซน์ใหม่ ซึ่งในช่วงแรกๆของการทำงาน ผมและทีมก็รู้สึกผิดหวังและใช้เวลากับการทำใจช่วงใหญ่ แต่พอทำงานมาซักพัก ก็เข้าใจ และค้นพบวิธีที่จะจัดการกับความรู้สึก ส่งผลให้สามารถนำเสนองานเวอร์ชั่นใหม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม

1. ตั้งใจรับฟัง

เมื่อเราได้รับ Feedback ในแง่ลบจากลูกค้า สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือความรู้สึกอยากจะอธิบาย และทำให้ลูกค้าเข้าใจในงานของเรา หรือแม้กระทั่งความรู้สึกโกรธ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ ลองตั้งใจรับฟัง และไม่โต้เถียงกลับในเวลาทันที ลองฟังความคิดเห็นลูกค้าอย่างตั้งใจก่อน เพื่อที่จะได้เข้าใจความคิดเห็นโดยครบถ้วน เพราะในหลายๆครั้ง ผมเองก็เคยรับฟัง Feedback จากลูกค้า ในความรู้สึกแรกก็ไม่เห็นด้วย แต่พอเวลาผ่านไปซักพัก ส่วนใหญ่ก็มักจะกลับมาคิดได้เสมอว่าสิ่งที่ได้รับ Feedback มาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

เว็บไซต์ amphawananon.com ก่อนที่จะเป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน ได้รับคอมเมนต์ ว่ามีลักษณะที่ modern เกินไป จากการเลือกใช้ฟอนต์ และการใช้สี พวกเราจึงปรับให้เข้ากับ Branding มากขึ้น

2. สงสัยก็ถาม

ถ้าหากคอมเมนต์จากลูกค้า เป็นลักษณะนามธรรม ผมแนะนำให้ถามให้เข้าใจไปเลยครับ ว่าความต้องการจริงๆคืออะไร เพื่อที่ทั้งลูกค้า และเราจะได้เห็นภาพเดียวกัน บางคอมเมนต์ที่ผมเจอ เช่น ภาพนี้มันดูแปลกๆ ก็อยากให้ถามไปให้ชัดเจนว่า แปลกยังไง ถามจนกว่าจะได้คำตอบที่เราเข้าใจครับ หรือถ้าลูกค้าเองหาคำตอบให้ไม่ได้ เราอาจจะลองเสนอ reference ให้เค้าก็ได้ครับ

3. ให้เวลาพัก

หลังจากได้รับ Feedback มา เรามักจะอยู่ในอารมณ์ผิดหวัง ถ้าหากยังมีเวลา ผมอยากให้ลองพักก่อนครับ แล้วค่อยเริ่มแก้ไข การเว้นช่วง จะช่วยให้เรานำ Feedback ที่ได้รับมา มาตกตะกอน และส่วนที่เป็นอารมณ์ของเราจะหายไป เหลือเฉพาะเหตุผล ซึ่งส่วนนี้จะช่วยทำให้เรามองภาพงานที่จะแก้ได้ชัดเจนขึ้น ปกติผมจะเว้นระยะการแก้ไขประมาณ 1 วัน ซึ่งในช่วงเวลาพักนี้ ผมจะลองนึกไอเดียต่างๆ ไว้ในหัว แล้วค่อยเริ่มแก้ไขในวันถัดไป

เว็บไซต์นี้ได้รับ Feedback มาว่าเว็บไซต์ดูเรียบ เหมือนเปิดอ่านแผ่นพับเกินไป ไม่มีลูกเล่นที่น่าสนใจ ซึ่งพอมองกลับมาก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

4. ลองทำตามดู

จากนั้น ให้เราลองแก้ไขงานตาม Feedback ไปเลยครับ แก้ไปโดยที่ยังไม่ต้องคิดเพิ่มอะไร ถึงแม้ว่ามันจะขัดกับสิ่งที่เรามองว่าถูกต้อง ก็ลองตัดใจแก้ไปก่อน เพราะในหลายๆครั้ง งานที่แก้ไข กลับออกมาดีกว่าที่เราคาดหวังไว้ และเข้ากับสไตล์ของลูกค้าได้ดีกว่าเดิมด้วย ซึ่งหลายๆครั้งก็เซอร์ไพรซ์เหมือนกัน เพราะไม่คิดว่างานที่ออกมาจะดีกว่าเดิม

เว็บนี้ได้รับ Feedback มาว่าเว็บไซต์ดูเด็กเกินไป ไม่ตรงกับ Target group ของโรงเรียน ทั้งจากการเลื่อกฟอนต์ และความมนของสี่เหลียม

5. คนละครึ่ง

แต่ไม่ใช่ทุกกรณีที่แก้ไขมาแล้ว งานออกมาดีกว่าเดิม ในบางครั้งที่งานออกมาแย่กว่าเดิม ผมแนะนำให้เก็บไฟล์งานตัวนั้นไว้ แล้วสร้างอีกอันที่เรานำมาปรับเพิ่มเติม โดยใส่ไอเดียใหม่เข้าไป อาจจะมีส่วนที่มาจากลูกค้าครึ่งนึง และส่วนของเราครึ่งนึง จากนั้นก็นำเสนอลูกค้าไปทั้ง 2 แบบ ซึ่งจะสามารถเปรียบเทียบให้เห็นได้ว่า แบบไหนดีกว่ากัน ซึ่งส่วนใหญ่ ลูกค้าจะเลือกเวอร์ชั่นที่เรานำมาปรับเพิ่มเติมครับ

 

สุดท้ายคืออยากปรับทัศนคติอย่างนึง คืออยากให้มองว่าลูกค้ากับเราอยู่ทีมเดียวกัน เราทั้งคู่มีเป้าหมายร่วมกัน คือ ทำให้งานออกมาดีที่สุด การที่ลูกค้าคอมเมนต์งาน ก็ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะลูกค้าจะเป็นคนนำงานนั้นไปใช้ และเค้าเองก็อยากให้งานประสบความสำเร็จ เมื่อเรามองว่าเราเป็นทีมเดียวกัน จะลดความรู้สึกอคติ และความไม่เข้าใจต่างๆที่เรามีต่อลูกค้า ทำให้การทำงานราบรื่นขึ้น

paipure

Writer

เริ่มออกแบบและเขียนเว็บมาตั้งแต่ ม.ต้น ทำมาหมดแล้วตั้งแต่เว็บโรงแรม เว็บบริษัท เว็บร้านค้า จนถึงเว็บแฟนคลับเกาหลี! มีความสุขทุกครั้งที่เห็นคนเอาเว็บที่ทำไปใช้ประโยชน์